NimitGuitar webboard
Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - Printable Version

+- NimitGuitar webboard (http://www.NimitGuitar.com/mybb)
+-- Forum: Others (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=12)
+--- Forum: Movies / Musics / Books (ดูหนัง ฟังเพลง) (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=27)
+--- Thread: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) (/showthread.php?tid=8832)



Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - maprang - 19-12-2010

คริสต์มาส หรือ วันคริสต์มาส (อังกฤษ: Christmas, Christmas Day หรือย่อ ๆ ว่า XMas) คือเทศกาลเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งคริสต์ศาสนา ซึ่งเชื่อกันว่าตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี พระองค์ประสูติที่เมืองเบธเลเฮมและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน

คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองโดยชาว คริสต์ สำหรับการร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสของผู้ที่ไม่ได้เป็นคริสต์อาจจะไม่มีความ เกี่ยวข้องกับเรื่องศาสนา แต่เป็นการฉลองเทศกาลที่ได้พัฒนากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมประจำปี การที่วันคริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งการให้ของขวัญและการตกแต่งบรรยากาศ จึงทำให้ช่วงเวลานี้มีปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สูงทั้งกับชาวคริสต์และ ผู้ที่ไม่ได้เป็นคริสต์ เทศกาลคริสต์มาสจึงกลายเป็นกิจกรรมหลักอย่างหนึ่งของผู้ค้าปลีก

ประวัติ
คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ (Christmas) ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า "บูชามิสซาของ พระคริสตเจ้า" คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษ (เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1038) และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
[Image: 162969_471716667609_613127609_6476357_2308470_n.jpg]

ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันประสูติของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในรัชกาลของจักรพรรดิออกุสตุสแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรีย ก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 23 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิซาไกกำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ

ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริย เทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64 - ค.ศ. 313 จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย
ถึง แม้ว่าแต่เดิมคริสต์มาสจะเป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองโดยคริสเตียน แต่ผู้ที่มิได้นับถือศาสนาคริสต์จำนวนมากก็ได้จัดงานเฉลิมฉลองคริสต์มาส อย่างกว้างขวาง วัฒนธรรมสมัยใหม่ของคริสต์มาส รวมไปถึง การให้ของขวัญ เพลงคริสต์มาส การแลกเปลี่ยนการ์ดคริสต์มาส การตกแต่งโบสถ์คริสต์ การรับประทานอาหารมื้อพิเศษ และการตกแต่งบรรยากาศ เช่น ต้นคริสต์มาส มิสเซิลโท ฮอลลี่ เป็นต้น และยังมีตำนานอันเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเกี่ยวกับซานตาคลอส (หรือ ฟาเธอร์คริสต์มาส) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้ของขวัญแก่เด็ก ๆ


องค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาส
คำอวยพร
คำอวยพรสำหรับเทศกาลคริสมาสใช้ คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย

ซานตาคลอส
นักบุญ(เซนต์)นิโคลัสแห่งเมืองไมรา นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราช ของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4 ได้รับการยกย่องให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะมาวันหนึ่ง เป็นวันคริตส์มาสเซนต์จึงเดินทางแจกของขวัญให้กับเด็กๆอย่างมีความสุข

[Image: 1229400487.jpg]


ต้นคริสต์มาส
ต้นคริสต์มาสหรือต้นสนที่นำมา ประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน การตกแต่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์ ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก



" โดยชาวอังกฤษจะมีความเชื่อว่าต้องประดับต้นคริสต์มาสในบ้านภายในระยะ เวลา13วันก่อนที่จะถึงวันคริสมาสต์ และเมื่อเสร็จเทศกาลคริสมาสต์แล้วก็ให้จัดเก็บต้อนคริสมาสต์ภายใน13วันหลัง จากหมดเทศกาล ถ้าช้าไปกว่านั้นเขาจะถือว่าจะนำความโชคร้าย " ข้อมูลนี้ได้มาจากเจ้านายที่เป็นผู้ดีอังกฤษ ท่านเล่าให้ฟังถึงความเชื่อในเรื่องนี้ Big Grin


[Image: chrismas_003.jpg]

เพลงคริสต์มาส
เพลงคริสต์มาส เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งผู้แต่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส เนื้อร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมา ของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่ ซึ่งชาวบ้านชอบ คือมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดี ในโอกาสคริสต์มาส เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน เพลงคริสต์มาส ที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้อง ไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปเพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนอง ในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดนี้ ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก


















การทำมิสซาเที่ยงคืน
เมื่อพระ สันตะปาปาจูลีอัสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 23 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส)ในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระ เยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิซซา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสด้วย

[Image: 2624826meycuiielx.gif]
เทียนและพวงมาลัย
ใน สมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในประเทศเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้น ในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุก อาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยม และแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมา มีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรง กลาง 1 เล่มไป แขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ผ่าน ไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็น สัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ ของพระเป็นเจ้า.

" ข้อมูลนี้เป็นเพียงฉบับย่อและดึงข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจทั่วไป
เพียงบางส่วนเท่านั้น ข้อมูลโดยละเอียด จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับทางด้านศาสนา คริสต์โดยจะเป็นเนื้อหาที่ละเอียด และครบถ้วนกว่านี้คะ " Smile



RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - karn - 19-12-2010

(19-12-2010, 07:21)maprang Wrote: เพลง Silent Night, Holy Night ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้อง ไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปเพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนอง ในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดนี้ ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

เพิ่งทราบประวัติของเพลงนี้ครับ นี่ถ้าออร์แกนในวัดไม่เสีย คงไม่มีเพลงอันแสนไพเราะเพลงนี้ให้พวกเราได้ฟังกัน
ขอบคุณป้ามะปรางครับBig Grin


RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - ยอดเยี่ยม - 22-12-2010

ชอบเวอร์ชั่นที่มีกลิ่นอายแนว Blues ของ Elvis ชุด Christmas Duets






RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - maprang - 24-12-2010

(22-12-2010, 12:55)ยอดเยี่ยม Wrote: ชอบเวอร์ชั่นที่มีกลิ่นอายแนว Blues ของ Elvis ชุด Christmas Duets

ขอบคุณน้ายอดเยี่ยมมากค่ะ Smile
ที่นำน้า Elvis มาเพิ่มมนต์ขลังให้กับกระทู้ Christmas Day นี้
ถ้ามีน้า Elvis Presley แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงอีกท่านหนึ่ง ท่านนั้นคือ น้า Brian Setzer ด้วยลีลาการเล่นกีตาร์ ที่เร่าร้อน เฉียบขาด บวกกับน้ำเสียงร้องในแบบฉบับของ Elvis Presley ซึ่งมันบ่งบอกถึงความเป็น Rockabilly ในงานดนตรีของเขา " Rockabilly เป็นดนตรีเกิดในยุคปี 1950 (ก่อนจะมาเป็น Rock & Roll) ถือเป็น Root หรือ รากของดนตรีแนว Rock ที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันนี้ เป็นแนวดนตรีที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีในแบบ Country กับ เสียงร้องแบบ Rhythm & Blues ท่าน Elvis Presly ถือเป็นแม่แบบของดนตรีในแนวนี้ ซึ่ง Brian Setzer หลงใหลใน Sound และ สีสันของดนตรีแนวนี้ เขาจึงผสมผสานแนวดนตรี Rockabilly กับเสียงกีตาร์ของเขาที่มี sound ของดนตรี Blues+ Jazz +Rock &roll เขาด้วยกัน ถ้าพูดถึงการเล่นกีตาร์ Setzer นั้น เขาจัดเป็นนักกีตาร์ที่ มีเทคนิคยอดเยี่ยมหาตัวจับยากคนหนึ่งเลยที่เดียว ร่วมทั้งการสร้าง melodic ที่สวยงาม ลงตัวกับแนวดนตรีของเขา นี่ยังไม่ร่วมถึงการร้อง หรือการเขียนเพลง ฯลฯ "


ยังมี CD อีก 1 แผ่นเป็นความทรงจำในช่วงนี้
ชื่อว่า Merry Axemas a guitar christmas
ฟังที่ไรความรู้สึก เก่าๆช่วง Christmas กลับมาทุกที เมื่อก่อนออกมาครั้งแรกจำได้ว่าเป็นเทป แล้วตอนหลังไปตามหา CD
จนได้มาครอบครอง เพลงชุดนี้น่าจะเกือบ 10 ปีได้ ถ้าจำไม่ผิดนะค่ะ
และ1 ในนั้นคือน้าBrian Setzer บรรเลงเพลง orchestra ? jingle bell Big Grin


[Image: Merry-Axemas-Guitar-Christmas-B000B7HZRS-L.jpg]

Cd ชุดนี้มี 11 เพลงกับมือกีตาร์ 11 คน
Kenny wayne shepherd ? Rudolph the red-nosed reindeer
Eric Johnson ? the first nowell
Jeff beck ? amazing grace
Brian setzer orchestra ? jingle bell
Joe satriani ? silent night/holy night jam
Steve morse ? joy to the world
Steve vai ? Christmas time is here
Joe perry ? blue Christmas
Alex lifeson ? the little drummer boy
Richie sambora ? cantique de noel(o?holy night)
Hote ? happy Xmas(war is over)
แต่ละคนก็เล่นใน style และสำเนียงของตัวเองฟังแล้วรู้เลยว่าเป็นสำเนียง ของคนไหนถ้าใครติดตามผลงานของคนนั้นๆ ข้อมูลทั้งหมดหากผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วนประการใดโปรดชี้แนะด้วยค่ะ เพราะเป็นเพียงผู้เสพงานดนตรีเท่านั้น Tongue
















RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - ยอดเยี่ยม - 29-12-2010

คุณมะปราง แสนรู้ เอ๊ย! รอบรู้จริงๆ Tongue
ผมว่าต้องเป็นสาวรุ่นใหญ่ ใจดี ราศีจับ ประดับด้วยบารมี
ว่างๆเข้ามาให้ความรู้ด้านอื่นๆด้วยนะครับ
Merry Christmas and A Happy New Year Wink


RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - maprang - 30-12-2010

(29-12-2010, 12:01)ยอดเยี่ยม Wrote: คุณมะปราง แสนรู้ เอ๊ย! รอบรู้จริงๆ Tongue
ผมว่าต้องเป็นสาวรุ่นใหญ่ ใจดี ราศีจับ ประดับด้วยบารมี
ว่างๆเข้ามาให้ความรู้ด้านอื่นๆด้วยนะครับ
Merry Christmas and A Happy New Year Wink

ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ไอ้ที่ว่าเป็นสาวเนี้ยยอมรับเต็มๆBig Grin
รุ่นใหญ่คงไม่ใช่ ขอเป็นรุ่นกลางได้ไหมค่ะ เพราะเพิ่ง 30 ต้นๆ Tongue
ใจดีนี่ก็แล้วแต่โอกาส ราศีชอบๆ ขอเป็นราศีนะค่ะขอย้ำ ราคีไม่เอา 555
บารมี มีไว้ก็ดี มีมากไม่ดี เดี๋ยวหาว่ามาเฟีย Cool
ด้านความรู้ ก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง..... รู้หมดเดี๋ยวชีวิตไม่สนุกค๊า

สรุปว่าขอบคุณคร๊าบ

ปีนี้โชคดี ปีกระต่าย นายแบบที่บ้านเลยได้ออกสื่อบ้าง Happy new year..2011
[Image: 166807_479318737609_613127609_6593785_6987245_n.jpg]



RE: Christmas Day .... ( ข้อมูลฉบับย่อ ) - maprang - 01-01-2011

น่ารักดีค่ะ =^.^=