NimitGuitar webboard
กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - Printable Version

+- NimitGuitar webboard (http://www.NimitGuitar.com/mybb)
+-- Forum: All solid webboard (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=1)
+--- Forum: Guitar gallery (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=3)
+---- Forum: Pood's Guitar Gallery (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=20)
+---- Thread: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN (/showthread.php?tid=8216)

Pages: 1 2


กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - pood - 30-09-2010

เมื่อวันก่อนมีน้าคนหนึ่งถามว่าพวกกีต้าร์ limited edition น่าสะสมกว่ารุ่นทั่วไปหรือไม่ซึ่งผมก็ตอบไปว่าไม่นอกจากในบางกรณีย์เท่านั้น วันนี้ผมเลยอยากมาตั้งกระทู้ในหน้า gallery เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสพการณ์กับพวกน้าๆเพราะกระทู้หน้านี้ซึ่งน้าเว้บใด้กรุณาตั้งให้เป็น gallery ของผมผมเองกลับเอากีต้าร์มาลงน้อยมาก ผมเลยคิดว่าถ้าเรามาช่วยกันออกความคิดเห็นในหน้านี้ซึ่งกระทู้ไม่ตกเร็วเหมือนหน้าอื่นๆก็คงจะเป็นประโยขน์กับคนที่แวะเข้ามาอ่านมากกว่า

ผมเป็นสมาชิกที่นี่มาเกินสามปี ผมไม่เคยลงขายกีต้าร์ในเว้บไหนนอกจากที่นี่หลังจากมาอยู่บ้านนี้แต่ก็ขายไปเกินร้อยตัวแล้ว (ถ้านับเป็นมูลค่ากีต้าร์ที่ผมขายรวมกันก็ยังไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งที่บ้านเต่าขายครับเพราะผมไม่ใด้สะสมกีต้าร์ราคาสูงแต่ซื้อเก้บไว้บ้างเพื่อเปรียบเทียบเสียงเท่านั้น)

ใครที่เพิ่งเริ่มสนใจที่จะสะสมกีต้าร์ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับ

1. ถ้าไม่มีเงินเหลือใช้ก็ไม่ควรสะสม เมื่อหลายสิบปีก่อนผมก็ซื้อมาและขายไปตลอดเป็นงานอดิเรก ผมมักซื้อจากคนที่ร้อนเงินแต่ไม่เคยขายเพราะตัวเองร้อนเงินก็เลยไม่ค่อยขาดทุน เดี๋ยวนี้ผมก็ยังซื้อมาขายไปแต่การซื้อสมัยนี้มันไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อนนะครับเพราะกีต้าร์สมัยนี้มันทั้งรุ่นและยี่ห้อเยอะกว่าสมัยก่อนมาก ก่อนจะตัดสินใจซื้อควรหารายละเอียดให้มากที่สุดก่อนครับถ้าไม่อยากเจ็บตัว

2. ถ้าอยากขายแพงกว่าที่ซื้อมาอย่าซื้อกีต้าร์ที่ลงขายในหน้าซื้อขาย
วงการกีต้าร์ในเมืองไทยแคบมากครับดังนั้นอย่าคิดว่าจะไม่มีใครจำใด้ว่าคุณซื้อกีต้าร์ที่คุณลงขายมาในราคาเท่าไหร่ ถ้าคุณขายแพงกว่าที่คุณซื้อมาคุณจะโดนตราหน้าว่าเป็น "พ่อค้า" ทันที ถ้าคุยกันเรื่องนี้เรื่องเดียวสามวันสามคืนก็ไม่จบครับ ตอนนี้ผมก็มีกีต้าร์ "สะสม" อยู่หลายตัวที่ผมไม่มีทางขายโดยไม่ขาดทุนเพราะผมซื้อจากคนขายในเมืองไทยครับ ตามปกติเวลาผมขายกีต้าร์ถ้าขายใด้ผมก็จะเข้าไปลบราคาขายทิ้งหรือลบกระทู้ทิ้งทันทีแต่ก็ยังมีคนมาเล่าให้ฟังตลอดว่าคนที่ซื้อตัวโน้นตัวนี้ไปเอาไปขายใด้กำไรเท่าไหร่

เรื่องขายเอากำไรนี่ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นพ่อค้าก็เป็นเรื่องปกตินะครับ ถ้าดันขายขาดทุนถึงจะเป็นเรื่องแปลก

มาตั้งกระทู้ล่อเป้าไว้ก่อนครับ กีต้าร์ยังไม่ใด้ถ่ายรูปซักตัวเลย










RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - nattapat - 30-09-2010

รอชมครับSmile


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - karn - 30-09-2010

รอชมด้วยคนครับSmile


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - chais - 30-09-2010

ต่อคิว รอชม ด้วยคน ครับผม


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - ฟองสบู่ - 30-09-2010

มาปูเสื่อรอฟังด้วยครับ


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - dear709 - 30-09-2010

อยากชมและอยากอ่านมากครับ


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - pood - 01-10-2010

เพิ่งถ่ายรูปเสร็จไปสามตัวครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

สำหรับผมแล้ว "กีต้าร์สะสม" คือกีต้าร์ที่หายากจนไม่มีใครรู้จักและไม่มีราคากลางในตลาดมือสองดังนั้นมันเลยกลายเป็นของสะสมไปเพราะขายไม่ออกไงครับ ผมชอบเสาะหากีต้าร์พวกนี้เพราะมันท้าทายดีตอนเสาะหาข้อมูล บางตัวก็ใด้มาในราคาถูกเหลือเชื่อ บางตัวก็ราคาแพงกว่ารุ่นทั่วไปเยอะแต่ทุกตัวอยู่ในสภาพไม่มีตำหนิเพราะไม่มีใครซื้อกีต้าร์ประเภทนี้มาเล่นหาสตางค์หรอก

มาเรื่มกันเลยครับ

1977 YAMAHA L-8 SPECIAL TRIBURST FACTORY FINISH

ตัวนี้เป็นรุ่นแรกที่เป็น all solid แต่เป็นการสั่งทำพิเศษเป็นสี three tones sunburst และเป็น hand rubbed satin laquer finish แบบเดียวกับ Lowden

[Image: l81g.jpg]



รุ่นแรกสังเกตุใด้ตรง inlay ที่ 12th fret จะมีดอกเดียว ถ้าเป็นรุ่นสองที่ไม่ใช่ all solid จะมีสองดอก

[Image: l82f.jpg]



ลูกบิดรุ่นแรกเป็นแบบโบราณ รุ่นสองเหมือนลูกบิดปัจจุบันครับ

[Image: l83.jpg]



ด้านข้างมีไม้ดามกันแตกเพราะเป็น solid ส่วน bracing เป็น scalloped ครับ

[Image: l88.jpg]



Bridge, fretboard เป็น ebony ไม้หน้า ezo spruce

[Image: l87a.jpg]



ไม้ช้างและหลัง indian rosewood ครับ

[Image: l85k.jpg]



Binding เหลืองอ๋อยเพราะตากลมมาสามสิบกว่าปีโดยไม่มีแล้คเคอร์พ่นทับ

[Image: l84nk.jpg]



L-series ไม่มี serial number นะครับเพราะเขาจะบอกแต่วันเดือนปีที่ผลิต อย่างตัวนี้ผลิตเมื่อวันที่ 26/07/1977 แต่มีเลข 9 ติดมาด้วยเพราะเป็น special order ของร้าน Ishibishi ครับ

[Image: l86k.jpg]

ตัวนี้ซื้อมาแพงกว่าราคาตลาดเยอะครับคือจ่ายไปสามหมื่นกว่าบาทแต่คุ้มเพราะผมชอบเสียงมันมากกว่า L-10 อีก เสียตรงที่รักษายากเหมือน Lowden เลยไม่ต่อยเอาออกมาเล่น

เดี๋ยวมาต่อพรุ่งนี้ครับ ไปนอนก่อนละ




RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - napman - 01-10-2010

Looking good Pood, appreciated your effort/sharing for all of us hereCool


RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - pood - 01-10-2010

1981 YAMAHA L-10S/ SYSTEM 3 PREAMP

ในยุค '70s นั้นเป็นยุคเริ่มต้นของกีต้าร์ acoustic-electric โดยมี Ovation เป็นผู้บุกเบิกเจ้าแรกและประสพความสำเร็จอย่างมาก ต่อมา Ovation ก็ใด้ถ่ายทอด technology ให้กับ Takamine ที่ตัวเองถือหุ้นอยู่และ Takamine ก็ใด้นำมาพัฒนาต่อจนโด่งดังไปทั่วโลกเหมือนกัน

ตัว piezo transducer ในยุคแรกที่ใช้กับ active preamp circuit จะแบ่งเป็น 6 ตัวแยกกันรับแต่ละสายโดยมีการปรับ gain ทีปรีแอมป์ให้เสียงดังเท่าๆกันทุกสายทั้งๆที่แรงกดไม่เท่ากัน ในยุคแรกนั้นพวกกีต้าร์โปร่งไฟฟ้าทุกยี่ห้อใช้ระบบ piezo แยกกันทุกยี่ห้อไม่ว่าจะเป็น Gibson (Chet Atkins acoustic series), Ovation, Takamine หรือ Yamaha ซึ่งก็ยังใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวรับสัญญาณ ข้อเสียของระบบนี้คือต้องเป็นการติดตั้งจากโรงงานเท่านั้นเพราะกีต้าร์แต่ละรุ่นมีระยะห่างระหว่างสายไม่เท่ากัน มีเพียง LR Baggs เจ้าเดียวที่เคยเอาระบบนี้มาขายเพื่อติดตั้งภายหลัง (รุ่น LB6) โดยก้อป Takamine มาครับ

Preamp/piezo ของ Yamaha รุ่นแรกคือ System 1 ออกวางตลาดในรุ่น L-5ES และ L-10ES ในปี 1980 ในเดือนธันวาปี 1981 Yamaha ก็ออกรุ่น Blender คือรุ่น System 3 ที่เป็น piezo+microphone ตัวแรกของโลกและติดอยู่กับรุ่น L-10E รุ่นเดียว

[Image: l102m.jpg]



รุ่นนี้ราคาแพงกว่า L-10 ธรรมดา 30% รับ

[Image: l101f.jpg]



ตัวของผมป้ายระบุว่าเป็นรุ่น L-10S ครับ

[Image: l106.jpg]



แต่ตัวนี้มีระบบ System 3 ติดมาด้วย

[Image: l107.jpg]



ผลิตวันที่ 5 กันยา 1981 จึงน่าจะเป็นล้อตแรกที่ออกวางขายแต่ L-10E มีแต่สี natural เท่านั้นในคาตาล้อก ตัวนี้หลุดมาใด้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันครับแต่ดุจากวันที่ผลิตแล้วคงเป็นกีต้าร์ต้นแบบมากกว่า

[Image: l108.jpg]



Inlay ของรุ่นสองต่างกับรุ่นแรกที่ 12th fret ครับ

[Image: l104.jpg]



Ebony fretboard & bridge, solid ezo spruce top

[Image: l109.jpg]



Solid indian rosewood back & side

[Image: l105.jpg]



ตัวนี้ซื้อมาใด้ในราคาสามหมื่นกว่าในสภาพ mint พร้อมกล่องแท้เพราะคนขายไม่รู้ประวัติครับ มันเลยกลายเป็นกีต้าร์สะสมไปเพราะถ้าขายเท่าทุนก็เสียดายของ

[Image: l103v.jpg]




RE: กีต้าร์สะสมตอนที่ 1: MADE IN JAPAN - Nobi - 01-10-2010

ขอนั่งรอตัวต่อๆไปครับ