NimitGuitar webboard
โลกหมุนด้วยความรัก....../ ตอน.งานอดิเรกของนางฟ้า - Printable Version

+- NimitGuitar webboard (http://www.NimitGuitar.com/mybb)
+-- Forum: Others (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=12)
+--- Forum: Travel / Telling story (http://www.NimitGuitar.com/mybb/forumdisplay.php?fid=6)
+--- Thread: โลกหมุนด้วยความรัก....../ ตอน.งานอดิเรกของนางฟ้า (/showthread.php?tid=2435)



โลกหมุนด้วยความรัก....../ ตอน.งานอดิเรกของนางฟ้า - hattaya111 - 07-09-2008

งานอดิเรก ของนางฟ้า....

[attachment=10181]
เรื่องมันมีอยู่ว่า....มีคนๆหนึ่งได้ยินคำๆนี้ เมื่อในเวลารุ่งสางที่เพิ่งผ่านไป

เธอ...นึกนิยมคำกล่าวอ้าง ประโยคที่เป็นหัวข้อชื่อเรื่องนี้มาก

แล้ว บอกกับผมด้วยเสียง ง๊องแง๊งเจื้อยแจ้ว ตามประสาเด็กซุกซนอยากได้ของเล่นว่า?.

** เขียนสิ ๆๆๆ... อยากอ่านๆๆๆๆ...เขียนขึ้นมาสิเธอ **


**ได้สิ......มีอะไรที่เธอขอชั้นไม่ได้บ้างหล่ะ....**คำนี้ผมตอบในใจ แล้วเริ่มเขียนมันขึ้น


พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงมงคล ๓๘ ด้วยพระคาถา ๑๐ คาถาแล้วได้ทรงแสดงอานิสงส์
ของมงคลไว้ในคาถาสุดท้าย ( คือคาถาที่ ๑๑ ) ว่า

"เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคลทั้งหลายดังนี้
แล้ว เป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทุกสถาน ข้อนั้นเป็นมงคลอันสูงสุดของ
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้น"

เรามาดูกันถึง...คาถา ๑๐ คาถาใน มงคลสูตร๑
ตามลำดับดังนี้

ผมขออ้างอิงจาก
พระไตรปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ ข้อ ๕-๖


คาถาที่ ๑. มี ๓ มงคลคือ
๑. อเสวนา จ พาลานํ การไม่คบคนพาล
๒. ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา การคบบัณฑิต (คือ ท่านผู้รู้ทั้งหลาย)
๓. ปูชา จ ปูชนียานํ การบูชาบุคคลที่ควรบูชา

คาถาที่ ๒. มี ๓ มงคลคือ
๔. ปฏิรูปเทสวาโส จ การอยู่ในประเทศ(ถิ่น)ที่สมควร
๕. ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา การได้กระทำบุญไว้แล้วในปางก่อน
๖. อตฺตสมฺมาปณิธิ จ การตั้งตนไว้ชอบ

คาถาที่ ๓. มี ๔ มงคลคือ
๗. พาหุสจฺจญฺจ การสดับตรับฟังมาก
๘. สิปฺปญฺจ การศึกษาศิลปะ
๙. วินโย จ สุสิกฺขิโต วินัยที่ศึกษาดีแล้ว
๑๐. สุภาสิตา จ ยา วาจา วาจาสุภาษิต

คาถาที่ ๔. มี ๔ มงคลคือ
๑๑. มาตาอุปฏฺฐานํ การบำรุงมารดา
๑๒. ปิตุอุปฏฺฐานํ การบำรุงบิดา
๑๓. ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห การสงเคราะห์บุตรและภรรยา
๑๔. อนากุลา จ กมฺมนฺตา การงานไม่อากูลคั่งค้าง

คาถาที่ ๕. มี ๔ มงคลคือ
๑๕. ทานญฺจ ทาน การให้
๑๖. ธมฺมจริยา การประพฤติธรรม
๑๗. ญาตกานญฺจ สงฺคโห การสงเคราะห์ญาติ
๑๘. อนวขฺขานิ กมฺมานิ การกระทำการงานที่ไม่มีโทษ

คาถาที่ ๖. มี ๓ มงคลคือ
๑๙. อารตี วีรตี ปาปา การงดการเว้นจากบาป
๒๐. มฺชชปานา จ สญฺญโม การสำรวมจากน้ำเมา
๒๑. อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย

คาถาที่ ๗. มี ๕ มงคลคือ
๒๒. คารโว จ ความเคารพ
๒๓. นิวาโต จ การอ่อนน้อมถ่อมตน
๒๔. สนฺตุฏฺฐี จ ความสันโดษ
๒๕. กตญฺญุตา ความกตัญญูรู้คุณ
๒๖. กาเลน ธมฺมสฺสวนํ การฟังธรรมตามกาล

คาถาที่ ๘. มี ๔ มงคลคือ
๒๗. ขนฺตี จ ความอดทน
๒๘. โสวจสฺสตา ความเป็นผู้ว่าง่าย
๒๙. สมณานญฺจ ทสฺสนํ การเห็นสมณะ
๓๐. กาเลน ธมฺมสากจฺฉา การสนทนาธรรมตามกาล

คาถาที่ ๙. มี ๔ มงคลคือ
๓๑. ตโป จ ความเพียรเผากิเลส
๓๒. พฺรหฺมจริยญฺจ การประพฤติพรหมจรรย์
๓๓. อริยสจฺจานทสฺสนํ การเห็นอริยสัจ
๓๔. นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ การทำนิพพานให้แจ้ง

คาถาที่ ๑๐. มี ๔ มงคลคือ
๓๕. ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปต จิตของผู้ใดถูกโลกธรรมกระทบแล้วไม่หวั่นไหว
๓๖. อโสกํ ความไม่เศร้าโศก
๓๗. วิรชํ จิตที่ปราศจากธุลี คือกิเลส
๓๘. เขมํ จิตที่ถึงความเกษมจากโยคะ






ขยายความมงคล ๓๘ ข้อ


ก่อนที่จะขยายความมงคลแต่ละข้อ ขอให้เรามาทำความรู้จักกับ "มงคล" ก่อนว่ามีความหมายว่าอย่าง
ไร

โดยปกติเมื่อพูดถึงสิ่งที่เป็นมงคล เรารู้ว่าสิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งดี แม้คำว่ามงคลในมงคลสูตร ที่พระพุทธเจ้าทรง
แสดงไว้นี้ก็มีความหมายในด้านดี

คือมีความหมายว่าเหตุแห่งความสำเร็จ เหตุแห่งความเจริญ เหตุแห่ง (การได้)
สมบัติทั้งปวง
คำว่า "อุดม" ได้แก่ วิเศษ ประเสริฐ สูงสุด เพราะฉะนั้นคำว่า อุดมมงคล จึงหมายถึงเหตุ
แห่งความสำเร็จอันวิเศษ

เหตุแห่งความสำเร็จอันสูงสุด เหตุแห่งการได้สมบัติอันพิเศษสูงสุด ผู้ที่ประพฤติตามมงคล
ทั้ง ๓๘ ข้อ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งก็ยังได้ชื่อว่าได้ประพฤติเหตุแห่งความสำเร็จอันสูงสุด

นำประโยชน์และความสุข
มาให้ตนเองและผู้อื่น จะป่วยการกล่าวไปไยถึงผู้ที่ประพฤติมงคลได้มากข้อ หรือได้ครบทั้ง ๓๘ ข้อ ว่าจะได้รับ
ประโยชน์สุขสูงสุดเพียงไหน








มงคล ๓๘

๑. การไม่คบคนพาล

๒. การคบบัณฑิต

๓. บูชาบุคคลที่ควรบูชา

๔. การอยู่ในประเทศที่สมควร

๕. การได้กระทำบุญไว้ในปางก่อน

๖. การตั้งตนไว้ชอบ

๗. การสดับตรับฟังมาก

๘. การศึกษาศิลปะ

๙. วินัยที่ศึกษาดีแล้ว

๑๐. วาจาสุภาษิต

๑๑. การบำรุงมารดา

๑๒. การบำรุงบิดา

๑๓. การสงเคราะห์บุตรและภรรยา

๑๔. การงานไม่คั่งค้างอากูล

๑๕. ทาน การให้

๑๖. การประพฤติธรรม

๑๗. การสงเคราะห์ญาติ

๑๘. การงานที่ไม่มีโทษ

๑๙. การงดเว้นจากบาป

๒๐. การสำรวมจากน้ำเมา

๒๑. ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย

๒๒. ความเคารพ

๒๓. การอ่อนน้อมถ่อมตน

๒๔. ความสันโดษ

๒๕. ความกตัญญู

๒๖. การฟังธรรมตามกาล

๒๗. ความอดทน

๒๘. ความเป็นผู้ว่าง่าย

๒๙. การเห็นสมณะ

๓๐. การสนทนาธรรมตามกาล

๓๑. ความเพียรเผากิเลส

๓๒. การประพฤติพรหมจรรย์

๓๓. การเห็นอริยสัจ

๓๔. การทำนิพพานให้แจ้ง

๓๕. จิตไม่หวั่นไหวเมื่อถูกโลกธรรมกระทบแล้ว

๓๖. ความไม่เศร้าโศก

๓๗. จิตที่ปราศจากธุลี คือกิเลส

๓๘. จิตที่เกษมจากโยคะ



ทีนี้เรามาดูที่เราจะอ้างอิงกันในข้อที่ ๓. บูชาบุคคลที่ควรบูชา

ขยายความมงคลข้อที่ ๓ บูชาบุคคลที่ควรบูชาเป็นอุดมมงคล คำว่าบูชานั้นหมายถึงการแสดงความ
เคารพนับถือ ก็การบูชานั้นมี ๒ อย่างคือ

อามิสบูชา การบูชาด้วยอามิสคือ สิ่งของเครื่องล่อใจ มีเงินทอง ดอกไม้ ของหอม เป็นต้น
ปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีการเข้าถึงไตรสรณคมน์ รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล
อุโบสถ เจริญสมถะและวิปัสสนา การศึกษาพระธรรมวินัย เป็นต้น

ในการทำบุญ การจัดดอกไม้ พานพุ่ม บายศรี ...เป็นส่วนหนึ่งของการบูชาพระ ในทางอามิสบูชา ซึ่ง??มีอานิสงค์ที่ดีอย่างหนึ่งต่อผู้กระทำ





ง่ายๆที่จะเล่า คือ 2 วันมานี้ คุณแม่ของผมได้หายไปจากบ้าน ซึ่งตอนแรกก็ไม่ทันได้ทราบว่าไปไหน พอได้คุยกันก็รีบอ๋อ แล้วร่วมอนุโมทนาในสิ่งที่ท่านไปทำ

คือ....แม่ผมท่านไปจัดทำดอกไม้บายศรี ในวัดหลวงแห่งหนึ่ง ย่านเทพศิรินทร์

ซึ่งก็คือวัดนี้แหละ นะ...ไม่รู้ผมจะพูดอะไรทำอะไรให้สิ่อสารยืดยาว แต่มันก็เป็นวิธีสื่อสารของผมแหละ ใครได้อ่านก็คงต้องทำใจ 55555

มันก็แค่เรื่องราว สารทุกข์สุกดิบรอบข้างตัวเราที่หยิบยกมาเล่า สนทนากับกัลยาณมิตรที่ดี ในเช้าอากาศดีของวันๆหนึ่ง

ผมเคยได้ยินมาว่า การทำกุศลเกี่ยวกับการทำดอกไม้ งานบายศรี นั้นเป็นงานของเหล่านางฟ้า

หรือ ผู้ที่ได้ปฎิบัติเช่นนี้ ก็จะได้ไปเสวยความสุข จุติเป็นนางฟ้า

ซึ่งก็เป็นคำเล่าที่ตกทอดกันมา จะเชื่อไม่เชื่อ ก็คงไม่ได้เสียหาย ก่อมลภาวะทางความคิดอะไร

ออกจะเป็นกุศโลบายที่น่ารักน่าชังอันนึงมากกว่า



พานพุ่มดอกไม้บูชาพระ ที่ไม่ได้มีอะไร แต่เปี่ยมด้วยความตั้งใจของสตรีอายุ 60 ที่เดินไม่สะดวก ด้วยอาการเสื่อมของสังขาร


ชีวิตคนๆหนึ่ง ที่ผ่านเรื่องราวมากมาย จนต้องหยุดชะงักพักความรู้สึก จนดูเป็นคนไม่ดิ้นรนทำอะไร เธอเรียกตัวเองว่าเป็นคนไร้สาระ

แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า....** สาระคืออะไร **ผมชอบบอกกับเธอเสมอว่า...** แล้วที่ๆดีกว่านี้คืออะไร **

ผมก็ไม่ทันได้คิดเหมือนกัน รู้แต่ว่า....เราเหล่าสิ่งมีชีวิตที่มีสมอง ควรอยู่ เรียนรู้สิ่งต่างๆ พัฒนาตนด้วยการเข้าใจในทุกสิ่งที่ผ่านมา

ส่วนจะตกตะกอนเป็นผลงาน เป็นหลักฐานอะไรบ้างนั้น ก็แล้วแต่ชะตา...ความพยายามจัดสรรค์ ในองค์ประกอบของเวลา และประสพการณ์ โอกาสต่างๆจะเอื้อให้เป็น


คุณค่าของคนอยู่ที่ผลงาน ซึ่งบางทีแม้มันจะไม่ใช่งานการที่ยิ่งใหญ่ ที่อวดตัวแสดงผลอะไรของมัน ต่อมหาชนชาวโลกนัก

แต่บางทีความเล็กน้อยเหล่านั้น.....อาจมีค่าต่อจิตใจ แง่มุมเล็กๆของใครสักคนหนึ่ง บางทีก็ อาจก่อความรู้สึกที่มากกว่านั้น อาจไม่ต้องยิ่งใหญ่อะไรในสายตาคนอื่นๆทั่วไป


ผมก็แทบอยากบอก คุณคนนั้นเช่นกัน ว่า....คุณก็คงเหมือนนางฟ้า ที่เข้ามาใช้เวลากับผมเป็นงานอดิเรกในเวลาหนึ่งเช่นกันกัน



งานหลักของนางฟ้า ที่ชื่อเชยๆว่า คุณสุภาพนั้น ก็คือการเลี้ยงดูลูกๆ....เช่น คนอย่างผม และ น้องสาวให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีเท่าที่จะเป็นได้

งานอดิเรกคือ ถวายการบูชาแด่องค์พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหล่าสงฆ์ ด้วยอามิสบูชาที่งดงาม ด้วยความตั้งใจ ในยามเธอมีเวลาและโอกาสที่จะทำ


ทุกคนเป็นนางฟ้า ของใครต่อใคร ในกันและกันได้ เสมอ

สิ่งๆหนึ่ง...อาจมีค่ามากกว่าที่เราจะใช้ตามองเห็น

แต่เมื่อใช้จิตใจ....เราอาจพบคุณค่าที่มากเกินจะขอบคุณได้ ไปตลอดชั่วชีวิต??..


ขอบคุณมากนะครับ.....ไม่ว่าจะงานหลัก หรือ งานอดิเรก

อยากขอบคุณนะ..... แต่ไม่รู้จะบอกเธอว่าเรื่องอะไร

(อันนี้เป็นประโยคนึง ในเนื้อร้องของเพลง ชื่อว่า ขอบคุณ เป็นงานอัลบั้มชุด 2 ของผมเอง....ขายของอีกแล้ว หรือ ขายหน้ากันแน่นะ 55555 แต่มันไม่มีขายหรอกนะ แล้ววันหลังจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับเพลงนี้ให้ฟังนะ)


หากกุศลใดๆในการเผยแพร่หลักธรรมมีจริง ......

ขอมอบให้แด่บุพการีของผม ครอบครัว เหล่าญาติพี่น้อง คนรัก มิตรสหายอันที่รัก ศัตรู เจ้ากรรมนายเวร สรรพสัตว์ทั้งหลาย เทวดา อินทร์ พรหมณ์ เปรต อสูรกาย หมู่มาร......โปรดจงได้รับอานิสงค์แห่งความเพียรแพร่หลักธรรมด้วยเทอญ