NimitGuitar webboard

Full Version: ช่วยจัดชุด PA ให้ด้วยครับ
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
Pages: 1 2 3 4
ส่งข่าวครับ


#บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
-Amplifier...NAD C316BEE.ตอนนี้ของไม่มี(เห็นว่าจะเข้าสัปดาห์หน้า)  ถ้ารุ่นสูงกว่านี้ก็เป็นรุ่นC326.ซึ่งมีปรีต่อsubโดยตรง สนนราคาก็16,600บาท.   ส่วนC316ถ้าต่อsubก็จั้มสายเข้าช่องของลำโพงได้เลยครับ

-ลำโพงAlpha B1. มีของ

-Subwoofer...Velodyn Impact10 มีของ

#บริษัท เอสพีเค ซาวด์ ซิสเต็มส์ จำกัด
-Mixer... Mackie ProFX8 USB. มีของ
Tongue

SPK. Pro. ก่อนปีใหม่ต่อไปอีกป่าวไม่รู้. เดือนหน้าว่าจะโดน profx8 เหมือนกัน
(25-01-2012, 15:02)Katayoot Wrote: [ -> ]SPK. Pro. ก่อนปีใหม่ต่อไปอีกป่าวไม่รู้. เดือนหน้าว่าจะโดน profx8 เหมือนกัน
ผมก็พึ่งไปถอยProfx8+shure beta58aมาวันนี้ เห็นว่ายังโปรต่ออีกเดือนนึงครับน้าหนุ่ม
ได้ Alpha B1 มาแล้วครับ ซื้อจริงราคาแค่ 6,300 ไม่ต้องต่อ

ใช้กับแอมป์ตัวเล็ก (NAD 302) ได้สบายๆ เสียงใช้ได้ เบิร์นอีกหน่อยคงจะนุ่มกว่านี้
ขอบคุณน้า real. ขอให้ต่ออีกซัก 3 เดือน

ช่วงนี้หมุนไม่ทัน :p
เรื่องชุด PA นี่สมัยผมเด็กๆนั้นไม่มีวงดนครีวงไหนมีหรอกครับ ชุด PA สมัยนั้นก็คือเครื่องขยายเสียงแปดหลอดและลำโพงปากแครที่เสียงดังมากแต่ครอบคลุมความถี่ย่านเสียงพูดเท่านั้น ถ้าเป็นวงกีต้าร์นี่เราใช้เครื่องเสียงบ้านนี่แหละครับเป็นชุด PA เพราะเสียงมันเพราะกว่าลำโพงปากแตรเยอะ ตู้ลำโพงเราก็จ้างเขาต่อโดยทำเป็นแบบ bass reflex (สมัยนั้นไม่มีลำโพงแบบ acoustic suspension ที่ขอบเป็นยาง) ส่วนลำโพงเสียงแหลงก็เป็นลำโพง horn นี่แหละครับ ลำโพงสมัยนั้นต้องมีความไวสูงมากเพราะแอมป์หลอดกำลังขับมันน้อยนิดเดียว

[Image: page1hj.jpg]

ส่วนแอมป์นั้นก็ใช้แอมป์บ้านนี่แหละ 80 watts ก็หรูแล้ว Effect ถ้ามีก็เป็น spring reverb ตู้เดียวครับ

[Image: 541530585o.jpg]

เรื่องไมค์นั้นมีไว้ร้องอย่างเดียว ไม่มีใครเขาเอาไม้ค์ไปจ่อแอมป์หรือจ่อกลองหรอกครับ ขนาดเล่นที่หอประชุมจุฬาฯยังไม่มีไม้ค์จ่อเครื่อองดนครีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ตอนที่ The Beatles เล่นที่ Shea Stadium ในปี 1965 นั้น ระบบ PA ที่ใช้สำหรับคนดูหกหมื่นกว่าคนที่กรี้ดกันสนั่นมีกำลังขับทั้งสิ้นแค่ 600 watts ลำโพงก็มีแค่ลำโพงปากแตรไม่มี woofer หรือ subwoofer ครับ stage monitor นั้นก็ไม่มีให้ใช้แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่นว่าไม่ใด้ยินเสียงตัวเองเลย ผมเห็นเด็กสมัยนี้ถ้าไม่มี monitor ก็เล่นไม่ใด้แล้วรู้สึกสมเพชครับ




การปฏิวัติระบบ PA เกิดขึ้นในปี 1969 ที่ Woodstock เป็นครั้งแรก ครั้งนั้นมีการใช้แอมป์ McIntosh กำลังขับรวมกันถึง 12000 watts และมีการใช้ตู้ลำโพง woofer เสริมกับ horn tweeter งานนี้มีผู้ชมกว่า 500,000 คนครับ คราวนี้มีการใช้ไมค์จ่อเครื่องดนตรีแค่ผมเห็นเขาใช้จ่อกลองแค่สามสี่ตัวเอง ในงานมิตติ้งชองบ่้านนี้คราวที่แล้วผมเห็นมีไมค์จ่อกลองร่วมๆสิบตัวผมก็ไม่รู้ว่าจะจ่อไปทำไมเหมือนกันในห้องเล็กๆขนาดนั้น

ลองมาฟังเสียงกลองจากเพลงนี้ครับ



ระบบ PA สมัยใหม่นี่ก็ดัดแปลงมาจากเครื่องเสียงบ้านทั้งนั้นครับ ถ้าเราไม่ใด้ยกไปออกคอนเสริตที่ไหนก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะเอาเครื่องเสียงบ้านไม่ว่ำจะเป็นระบบสเตอริโอหรือ ชระบบ home theater มาใช้เป็น PA ไม่ใด้
ได้ความรู้ อิ ๆ ...

ผมคิดว่า... การพัฒนา ต้องใช้เวลา เพื่อสนองความต้องการ ยุคนั้นก็ได้แค่นั้น

ยุคนี้.. เห็นนักดนตรียุคนั้นขึ้นคอนเสิร์ต ในยุคนี้ ใช้เครื่องเสียง PA และ Monitor มากกว่าวงดนตรียุคนี้อีกครับ

(เพราะแต่ละคน งอมกันแล้วทั้งนั้น ... :p ) ใช้ทั้ง In-ear Monitor, Stage Monitor เพียบ...


พูดแล้วนึกถึงยุคนักดนตรี lip-sync อันนั้นน่าสมเพชกว่าอีกครับ ทั้งคนร้อง และคนดู
(26-01-2012, 22:02)pood Wrote: [ -> ]เรื่องไมค์นั้นมีไว้ร้องอย่างเดียว ไม่มีใครเขาเอาไม้ค์ไปจ่อแอมป์หรือจ่อกลองหรอกครับ ขนาดเล่นที่หอประชุมจุฬาฯยังไม่มีไม้ค์จ่อเครื่อองดนครีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ตอนที่ The Beatles เล่นที่ Shea Stadium ในปี 1965 นั้น ระบบ PA ที่ใช้สำหรับคนดูหกหมื่นกว่าคนที่กรี้ดกันสนั่นมีกำลังขับทั้งสิ้นแค่ 600 watts ลำโพงก็มีแค่ลำโพงปากแตรไม่มี woofer หรือ subwoofer ครับ stage monitor นั้นก็ไม่มีให้ใช้แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่นว่าไม่ใด้ยินเสียงตัวเองเลย ผมเห็นเด็กสมัยนี้ถ้าไม่มี monitor ก็เล่นไม่ใด้แล้วรู้สึกสมเพชครับ

LOLTongue
I can certainly related to what you said here PoodBig Grin

Yeah, it was exactly like you mentioned in the good (BAD) old days!!! It seemed OK when we played in the clubs nights after nights after nights. I guess we got used to it (or we didn't know any better!).

But it was another new ball game when we had to play off-sites like in the Theaters, big hall like Chula or Thamasat auditorium or outdoor events or even at the TV stations (on-air)! We couldn't hear anything not even each of our own vocal, I guess we just put on our auto-pilot and went with itBig Grin

I still remember one time we played in the forest (Khao Yai), I think it was sponsored by Chula students club. It was wild, man!! I mean you looked at those young kids dancing their hearts out in the moonlight with the natural night light and big trees (or should I say FOREST) in the background, and we couldn't hear any NOISE that we made because it was all absorbed by those trees and stuffs!!Wink

Oh what good (BAD) old days we had. Ha, ha, haShyTongueBig Grin

(26-01-2012, 22:02)pood Wrote: [ -> ]ลองมาฟังเสียงกลองจากเพลงนี้ครับ


So good bro, just love it no matter how many times I've watched this oneCool

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าครับพี่ Nap สมัยนั้นพวกเราเล่นและร้องประสานเสียงกันใด้ยังไงเพราะเราไม่ใด้ยินเสียงตัวเองและคนอื่นเลย ดูจากรูปเก่าๆคงจะใช้การมองหน้าแล้วอ่านปากกันมากกว่าครับ

อย่างรูปนี้เป็นปี 2508 เล่นที่โรงแรมไหนก็จำไม่ใด้แล้ว

[Image: band1u.jpg]


รูปนี้ปี 2510 เล่นที่หอประชุมจุฬาฯครับ มีคนดูเป็นพันแต่ใช้ไมค์แค่สามตัว ไม่ต้องหวังว่าจะใด้ยินเสียงร้องเพราะเสียงเครื่องดนตรีมันกลบหมดครับ ความจริงแล้วที่หอประชุมมีลำโพงตัวเล็กแขวนอยู่ด้านข้างเวทีสำหรับการแสดงพวกเต้นระบำแต่ถ้ามีไมค์บนเวทีก็ไม่ใช้ครับเพราะไม่งั้นหอนแน่นอน

[Image: band2w.jpg]
น้าปู๊ดเท่มากครับ
Pages: 1 2 3 4